Blog

ถอดบทเรียนการตลาดแบบผสมผสานวัฒนธรรมในเทศกาลดนตรี Rolling Loud จากงาน MITCON2024

• 16 ตุลาคม 2024

Share on

เชื่อว่าหากพูดถึงเทศกาลดนตรีระดับโลกหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ ‘Rolling Loud’ เพราะถือเป็นเทศกาลดนตรีชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ที่มีสเกลงานขนาดใหญ่ คนเข้าร่วมราวๆ 100,000 คน

แน่นอนว่าการที่จะได้ได้ลิขสิทธิ์ของเทศกาลดนตรีระดับโลกมาจัดที่ประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ความพร้อมด้านศักยภาพและด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยที่หนาแน่นในพื้นที่จัดงาน

บทความนี้เราจะชวนมาถอดบทเรียนการตลาดแบบผสมผสานวัฒนธรรมในเทศกาลดนตรี Rolling Loud โดย ดร.วาสนา อินทะแสง Executive Committee at More Money Entertainment ในงาน MITCON2024 ที่ผ่านมา

ความท้าทายที่เกิดขึ้นในการจัดงาน Rolling Loud Thailand 2023 ที่ผ่านมา

1. การทำงานแบรนด์ระดับโลก ช่วยยกระดับงานเทศการในประเทศไทย

ในการจัดเทศกาลสเกลระดับโลกให้เกิดขึ้นได้นั้น สอนให้รู้ว่าทุกๆ ส่วนล้วนมีความสำคัญ ต้องละเอียดและใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนเวทีของ Travis Scott ที่ใช้เวลานานถึง 45 นาทีและจัดเวทีใหม่ด้วยงบราวๆ 15 ล้านบาท รวมไปถึงโปรดักชั่นในงานที่ต้องทำให้ได้มาตรฐานเดียวกับอเมริกา

2. ทุ่มกว่า 1,000 ล้านบาท ในปีแรกเพื่อสร้างการรับรู้

การจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกในประเทศไทยอย่างงาน Rolling Loud Thailand 2023 ที่มอร์ มันนี่ฯ ได้จัดเป็นครั้งแรกนั้น ได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยิ่งใหญ่ ในช่วงของการสร้างการรับรู้ให้กับคนไทย ซึ่งจากสถิติที่น่าสนใจพบว่า

  • มีผู้เข้าร่วมงาน 10% ที่เดินทางจากอเมริกา เพื่อมาร่วมงาน Rolling Loud Thailand ที่ประเทศไทย
  • ผู้เข้าร่วมงานราว 20% ส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป จีน อินเดีย ฯ
  • และในส่วนของคนไทยที่เข้าร่วมงานในปี 2023 คิดเป็น 20%

3. สร้างความมั่นใจในความสามารถของคนไทย

หนึ่งในความท้าทายของ Rolling Loud Thailand 2023 คือการมีคนมาร่วมงานกว่า 100,000 คน และสิ่งที่ทำให้ทีมหลังบ้านของ Rolling Loud Thailand 2023 ประสบความสำเร็จก็คือ ‘การมีทีมที่ดี’ เพราะในทุกกระบวนการต้องละเอียดเพื่อให้งานออกมาดีที่สุดตามมาตรฐานระดับโลก

ในโลกปัจจุบัน ความหลากหลายทางวัฒนธรรมสามารถเพิ่มมูลค่าของธุรกิจได้อย่างไรบ้าง

1. ขยายตลาด

Rolling Loud Thailand มีโอกาสในการดึงดูดผู้ชมจากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่สนใจวัฒนธรรมฮิปฮอป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วมงานที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

2. สร้างนวัตกรรม

ทีมงานที่มีความหลากหลายสามารถนำเสนอแนวคิดและมุมมองใหม่ ๆ ในการจัดงาน ซึ่งจะช่วยให้เทศกาลดนตรีมีเอกลักษณ์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและฮิปฮอปจะสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชม

3. เสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์

Rolling Loud ที่สนับสนุนความหลากหลายและวัฒนธรรม เป็น SOFT POWER ของไทยจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความไว้วางใจในแบรนด์ นอกจากนี้ยังช่วยให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

การนำเทศกาลตัวท็อปของ “วัฒนธรรมฮิปฮ็อป” เข้ามาในประเทศไทย มีความสำคัญอย่างไรกับเศรษฐกิจภาพรวมของเมืองไทย

กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

Rolling Loud Thailand ถือเป็นโอกาสทองสำหรับประเทศไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการนำเข้ามาของเทศกาลนี้ จะส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจจำนวนมาก ทั้งจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานและการใช้จ่ายในชุมชนท้องถิ่นตลอดระยะเวลา 3 วัน

สร้างระบบ Ecosystem ครบวงจร

เทศกาลนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดงานดนตรี แต่ยังสร้างระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ตั้งแต่การท่องเที่ยว การบริการ การค้าขาย และการสร้างงานในชุมชน ซึ่งช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างธุรกิจท้องถิ่นและนักลงทุน

การสร้างแบรนด์ประเทศไทย

ก่อนหน้านี้มีผู้คนจำนวนมากที่ไม่รู้จักว่า Where is Thailand? หรือสงกรานต์คืออะไร? แต่ Rolling Loud Thailand ช่วยทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสที่ศิลปินไทยจะได้แสดงบนเวทีระดับโลก ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์

มีวิธีดึงดูดความสนใจ ของลูกค้าที่มาจากทั่วทุกมุมโลกและต่างวัฒนธรรมได้อย่างไรบ้าง

1. ประสบการณ์ดนตรี Hip Hop ที่หลากหลาย

ทั้ง old school และแปลกใหม่ มาให้แฟน ๆ ได้สัมผัสกันแบบจุก ๆ ที่สำคัญ ศิลปินแต่ละคนขนเพลงเก่ายอดฮิต มาพร้อมกับเพลงใหม่ที่เพิ่งออกกันสด ๆ ร้อน ยังไม่ได้ร้อง Live กันที่ไหนแน่นอน

2. การผสมผสานวัฒนธรรมไทยเข้ากับวัฒนธรรมฮิปฮอป 

ในปีนี้ ทางผู้จัดงานต้องการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมไทยเข้ากับวัฒนธรรมฮิปฮอป ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปะไทย, อาหารไทย, หรือกิจกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นไทยในงานอีกด้วย

3. พื้นที่ใหม่สำหรับ Hang out 

ปีนี้ มีการเพิ่มพื้นที่ Market ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถ chill enjoy hangout กันแบบสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ และร่วมกิจกรรมสนุก ๆ ที่เตรียมมาอย่างสุดพิเศษให้กับทุกคน

4. เพิ่มประสบการณ์ รถบ้าน RV

สำหรับคนชอบความสะดวกสบาย เต้นในงานจนเหนื่อย ไม่อยากไปไหน ไม่อยากเดินทางไปกลับ ก็สามารถนอนรถบ้านที่งานได้เลย ปาร์ตี้ได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 4 วัน 3 คืน กับ Rolling Loud Caravan Package 4 Days 3 Nights พักได้ 4 คน แล้วที่สำคัญ ออกจากที่พักถึงจุด Entrance เลย และเดินเพียง 5 นาที ถึง Main Stage แถมยังสามารถมองเห็นเวที ได้จากรถบ้านได้อีกด้วย ไม่ต้องกังวลว่าจะหาที่พักกันไม่ได้ (สอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ FB: www.facebook.com/MorePrivileges หรือ Line Official : @moreprivilege)

การทำงานกับศิลปินและทีมงานระดับโลกเป็นอย่างไร เราได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง

รายละเอียดและความซับซ้อน

ความยากของการจัดเทศกาลดนตรีอยู่ที่รายละเอียดที่มีมากมาย ตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์งาน การคัดเลือกศิลปิน ไปจนถึงการออกแบบการแสดงที่น่าตื่นเต้น ทุกขั้นตอนต้องใช้ความใส่ใจและความพยายามอย่างสูง

การเตรียมงานที่พิถีพิถัน

การเตรียมงานต้องการความละเอียดอ่อนมาก เช่น การจัดการพื้นที่ให้รองรับผู้เข้าร่วมกว่า 150,000 คน รวมถึงการจัดการการเดินทางที่สะดวก การมีที่พักเพียงพอ และการดูแลไม่ให้กระทบต่อชุมชนรอบข้าง

เทคนิคและความปลอดภัย

การใช้เทคนิคแสง สี เสียงที่มีคุณภาพสูง และการวางแผนด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เราจัดทีมพยาบาลและรถพยาบาลในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับการดูแลอย่างดี

ความมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์

ความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ดนตรีที่สนุกและน่าจดจำสำหรับผู้เข้าร่วมงาน การสนับสนุนความต้องการและมาตรฐานของศิลปินเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เพื่อให้การแสดงออกมาดีที่สุด

มีคำแนะนำอะไรบ้างสำหรับธุรกิจที่สนใจนำ “วัฒนธรรม” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด

สำหรับธุรกิจที่อยากนำ “วัฒนธรรม” หรือ Soft Power ของไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด คุณเมย์ให้แนะนำไว้ว่า อย่าทำแค่ ‘พื้นฐาน’ หรือ ‘basic’ ต้องทำให้ฉีก ต้องทำให้ถึง ต้องโชว์ความ uniquesness ของไทยที่มัน โดนใจ แตกต่าง แต่เข้าถึงง่าย

1. เล่าเรื่องไทยในสไตล์เฉพาะตัว

ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้เดินทางไปกับคุณ อาจจะ Collaboration กับศิลปินหรือดารา ที่อาจจะมีเสียง เชิญศิลปินมาสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและความทันสมัย เช่น เสื้อผ้า, อาหาร, หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นไทยในแบบที่ไม่เหมือนใคร

2. ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

แคมเปญ Social Media ที่สร้างสรรค์ สร้างชุมชนออนไลน์ เพื่อกระจายข่าวสาร โปรโมต และสร้างการรับรู้สามารถช่วยให้ผลลัพธ์ที่ออกมาประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายได้มากกว่าที่คิด

3. เน้นความยั่งยืน

สร้างภาพลักษณ์ที่ตอบโจทย์ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นหรือการอนุรักษ์วัฒนธรรม

4. สร้างชุมชนออนไลน์

สร้างแพลตฟอร์มหรือกลุ่มออนไลน์ที่ให้ผู้คนมาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เช่น การทำอาหารไทย หรือการเรียนรู้ศิลปะการแสดง

5. จับคู่ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับโลก

นำเอาองค์ประกอบจากวัฒนธรรมต่างประเทศมาผสมผสานกับวัฒนธรรมไทย สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก

สรุป

Rolling Loud Thailand 2024 ในปีนี้จะสอดแทรกให้เป็น Thailand’s 2024 Soft Power Festival ให้ต่างชาติได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นผ่าน ศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมต่าง ๆ

นอกจากนี้ ทางผู้จัดงานยังได้เล่าถึงความคาดหวังหลักของงาน Rolling Loud Thailand 2024 ในปีนี้ไว้ว่า เทศกาลในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในหลาย ๆ ภาคอุตสาหกรรม มอบประสบการณ์และความบันเทิงที่หาไม่ได้จากที่อื่น และที่สำคัญ ช่วยเชื่อมต่อธุรกิจระดับโลกเข้าสู่ไทยได้มากขึ้น

และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Rolling Loud Thailand 2024 และกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องผ่านทาง เว็บไซต์: www.rollingloud.com/thailand

Writer

Sirinya

นักเขียนที่อยากใช้ชีวิตแบบ digital nomad มีความสนใจหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องชีวิต ธุรกิจ ไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า ช่วงนี้อินกับการเดินป่าเป็นพิเศษ และอยากสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆ มีประโยชน์ให้กับผู้อ่าน!

More From Me